น้ำสระเขียว แก้ยังไงให้กลับมาใส — ทำตามลำดับ 6 ขั้น

เจ้าของสระเกือบทุกคนเคยเจอค่ะ เช้าวันหนึ่งเดินออกไปหลังบ้านแล้วพบว่าน้ำที่เคยใสกลายเป็นสีเขียว บางบ้านเขียวอ่อนเหมือนชาเขียวใส่นม บางบ้านเขียวเข้มจนมองไม่เห็นพื้นสระ

สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำเป็นอย่างแรกคือ เทคลอรีนเพิ่มเข้าไปเยอะ ๆ แล้วรอ ซึ่งบางครั้งก็ได้ผล แต่บ่อยครั้งกว่านั้นคือน้ำยังเขียวอยู่ คลอรีนหมดไปเปล่า ๆ และอีกสามวันก็กลับมาเขียวอีก

เหตุผลคือ น้ำเขียวเป็นแค่อาการ ส่วนสาเหตุมีได้หลายอย่าง ถ้าไม่แก้ให้ตรงจุด คลอรีนที่เติมไปก็ทำงานไม่ได้เต็มที่ค่ะ

ทำไมน้ำถึงเขียว

สีเขียวที่เห็นคือตะไคร่น้ำ (algae) ที่เจริญเติบโตจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ตะไคร่จะโตได้ก็ต่อเมื่อมีสามอย่างพร้อมกัน คือ แสงแดด อาหาร และคลอรีนที่อ่อนแรง

ในเมืองไทยแดดมีตลอดปีอยู่แล้ว เราจึงควบคุมได้สองอย่างหลัง นั่นคือกำจัดอาหารของตะไคร่ และทำให้คลอรีนกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ขั้นที่ 1 วัดค่าน้ำก่อนเสมอ

อย่าเพิ่งเติมอะไรลงสระจนกว่าจะรู้ค่าน้ำค่ะ อย่างน้อยต้องรู้ค่า pH และค่าคลอรีน ใช้เทสต์คิทน้ำหรือแถบทดสอบน้ำที่จุ่มแล้วอ่านค่าได้ทันที

ค่าที่ควรได้คือ pH 7.2–7.6 และ คลอรีน 1–1.5 ppm

ขั้นที่ 2 ปรับ pH ให้เข้าที่ก่อนเติมคลอรีน

ข้อนี้สำคัญที่สุดและคนมองข้ามบ่อยที่สุดค่ะ เพราะ คลอรีนจะฆ่าเชื้อได้ดีที่สุดเมื่อ pH อยู่ในช่วง 7.2–7.6 ถ้า pH สูงกว่า 8 คลอรีนที่เติมลงไปจะทำงานได้เพียงเศษเสี้ยวของที่ควรจะเป็น

ถ้า pH สูงเกินไปให้ใช้พีเอชลบ ถ้าต่ำเกินไปให้ใช้พีเอชบวก ค่อย ๆ เติมทีละส่วน เปิดปั๊มให้น้ำหมุนเวียน แล้ววัดซ้ำก่อนเติมรอบต่อไป

ขั้นที่ 3 ช็อกคลอรีน

เมื่อ pH เข้าที่แล้วจึงช็อกคลอรีน ใช้ช็อคคลอรีนซึ่งละลายเร็วและออกฤทธิ์แรงกว่าคลอรีนที่ใช้ประจำวัน

ควรช็อกตอนเย็นหรือค่ำค่ะ เพราะแสงแดดจะสลายคลอรีนไปมากถ้าเติมตอนกลางวัน และเปิดปั๊มทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อให้น้ำหมุนเวียนทั่วสระ

ถ้าอยากลงว่ายน้ำได้เร็วโดยไม่ต้องรอนาน มีช็อคแอนด์สวิมที่ทำสูตรมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

ขั้นที่ 4 กำจัดตะไคร่ที่เกาะผนัง

ตะไคร่ที่ลอยในน้ำจะตายจากการช็อก แต่ตะไคร่ที่เกาะแน่นตามผนังและร่องกระเบื้องมักรอดค่ะ ตรงนี้ต้องใช้แรงคนช่วย ขัดด้วยแปรงขัดสระ ถ้าคราบเกาะแน่นมากให้ใช้แปรงขัดสระสแตนเลส

จากนั้นเติมน้ำยากำจัดตะไคร่ในอัตรา 200 มล. ต่อน้ำ 10,000 ลิตร ถ้าสระของคุณมีปัญหาคราบโลหะอยู่แล้ว ให้เลือกสูตรไร้โลหะแทน จะได้ไม่ทิ้งคราบเพิ่ม

ขั้นที่ 5 ตกตะกอนแล้วดูดออก

หลังตะไคร่ตาย น้ำจะเปลี่ยนจากเขียวเป็นขุ่นเทาหรือขุ่นขาว นั่นคือซากตะไคร่ที่ลอยอยู่ ต้องทำให้มันจมลงก้นสระแล้วดูดทิ้งค่ะ

ใช้ผงตกตะกอน 400 กรัมต่อน้ำ 10,000 ลิตร ปรับ pH ขึ้นไปที่ 8.2 ก่อนใช้เพื่อผลที่ดีที่สุด หรือถ้าอยากได้เร็วกว่านั้นใช้น้ำยาตกตะกอนเร็วซึ่งเห็นผลใน 3–6 ชั่วโมง

ปิดปั๊ม ทิ้งไว้ให้ตะกอนนอนก้น แล้วดูดออกด้วยหัวดูดตะกอนต่อกับด้ามดูดตะกอน สำคัญคือ ตั้งวาล์วไปที่ waste ไม่ใช่ filter เพราะตะกอนละเอียดจะผ่านเครื่องกรองกลับเข้าสระได้

ขั้นที่ 6 กันไม่ให้กลับมาอีก

ถ้าน้ำกลับมาเขียวซ้ำ ๆ ทั้งที่ดูแลตามปกติ มักมีสาเหตุอยู่สองอย่างค่ะ

อย่างแรกคือฟอสเฟต ซึ่งเป็นอาหารของตะไคร่ ฟอสเฟตมากับน้ำฝน ใบไม้ ครีมกันแดด และน้ำประปาบางพื้นที่ ตราบใดที่ยังมีอาหาร ตะไคร่ก็กลับมาได้เรื่อย ๆ ลองวัดด้วยแถบทดสอบฟอสเฟต แล้วกำจัดด้วยน้ำยากำจัดฟอสเฟต

อย่างที่สองคือคลอรีนสลายจากแดด สระกลางแจ้งในเมืองไทยสูญเสียคลอรีนไปกับแสงยูวีทุกวัน ถ้าเติมเท่าไรก็หมดเร็ว ลองใช้น้ำยากันคลอรีนสลายจากแดด หรือเปลี่ยนมาใช้คลอรีนชนิดละลายช้าที่รักษาระดับได้นานกว่า

สรุปให้จำง่าย

วัดค่า → ปรับ pH → ช็อก → ขัดและกำจัดตะไคร่ → ตกตะกอนแล้วดูดทิ้ง → กำจัดฟอสเฟต

ทำตามลำดับนี้ สระส่วนใหญ่จะกลับมาใสภายใน 2–3 วันค่ะ ถ้าทำครบแล้วยังไม่ดีขึ้น อาจมีปัญหาที่ระบบกรองหรือการหมุนเวียนน้ำ ทักมาถามทีมช่างของเราทางไลน์ได้เลยนะคะ ยินดีช่วยดูให้